ฟอร์จูนเนอร์ 2.8 กับ 2.4 มือสอง ต่างกันยังไง รุ่นไหนขับดีกว่า?

เปรียบเทียบฟอร์จูนเนอร์ 2.8 กับ 2.4 มือสอง เพื่อให้สามารถเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม

Toyota Fortuner ถือเป็นหนึ่งในรถ SUV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย โดยเฉพาะในตลาด รถมือสอง เนื่องจาก ฟอร์จูนเนอร์มือสองมีภาพลักษณ์ที่แข็งแรง ทนทาน ขับได้ทั้งในเมือง และ ต่างจังหวัด อะไหล่หาง่าย และ มีราคาขายต่อที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หลายๆคนลังเลก่อนตัดสินใจซื้อ คือ คำถามสำคัญที่ว่า ฟอร์จูนเนอร์ 2.8 กับ 2.4 มือสอง ต่างกันยังไง? และ รุ่นไหนขับดีกว่ากัน? 

ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณเปรียบเทียบแบบละเอียดทุกมิติ ตั้งแต่เครื่องยนต์ สมรรถนะ การขับขี่ อัตราสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่ายในการดูแล ไปจนถึงความเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อช่วยให้คุณเลือกรุ่นที่ “คุ้ม และ ตรงใจ” มากที่สุด

 

ทำความรู้จัก Toyota ฟอร์จูนเนอร์มือสอง ในตลาดไทย

Toyota Fortuner เป็นรถ SUV ที่มีพื้นฐานเดียวกับ Hilux Revo ซึ่งผลิตในประเทศไทย และ ได้ส่งออกไปหลายๆประเทศทั่วโลก โดยจุดเด่น คือ โครงสร้างแชสซีแบบรถกระบะ (PPV – Pickup Passenger Vehicle) ที่ทำให้แข็งแรง จึงเหมาะกับถนนที่มีหลากหลายสภาพ ซึ่ง ฟอร์จูนเนอร์มือสอง ที่พบได้บ่อยในตลาดเมืองไทย ได้แบ่งออกเป็น Fortuner เครื่อง 2.4 ดีเซล และ 2.8 ดีเซล โดยทั้งสองรุ่นมีทั้งเกียร์ธรรมดา และ เกียร์อัตโนมัติ รวมถึงระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ (ในบางรุ่นย่อย)

 

เปรียบเทียบรถฟอร์จูนเนอร์มือสองทั้งแบบเครื่องดีเซล 2.8 กับ 2.4 มือสอง 

  1. ขุมพลัง และ สมรรถนะ
    ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุด คือ รหัสเครื่องยนต์ และ พละกำลัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อฟีลลิ่งการขับขี่
    โดนฟีลลิ่งการขับขี่ ของ
    • รุ่น 2.4: จะให้การตอบสนองที่ "เพียงพอ" สำหรับการใช้งานทั่วๆไป ออกตัวนุ่มนวล ไม่กระโชกโฮกฮาก จึง เหมาะมากสำหรับการขับขี่ในเมือง หรือ รับส่งลูกที่โรงเรียน แต่ถ้าบรรทุกเต็ม 7 ที่นั่งแล้วต้องเร่งแซงบนเลนสวน อาจจะต้องมีจังหวะ "ลุ้น" เล็กน้อย
    • รุ่น 2.8: คือ หนังคนละม้วน จะมีแรงบิดมหาศาลทำให้การเร่งแซงทำได้เด็ดขาดกว่าชัดเจน โดยเฉพาะรุ่นที่ปรับจูนใหม่ 204 แรงม้า จะให้ความรู้สึกพุ่งทะยานเหมือนรถเก๋งเครื่องแรงๆ จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบขับรถเร็ว หรือ เดินทางไกลข้ามจังหวัดบ่อยๆ

  2. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน: ความเชื่อที่ว่า 2.4 ประหยัดกว่า...จริง หรือ?
    หลายๆคนอาจเลือกเครื่อง 2.4 เพราะคิดว่าจะประหยัดน้ำมันกว่ามาก แต่จากการใช้งานจริงของกลุ่มผู้ใช้ (User Experience) พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้
    • ในเมือง (รถติด): เครื่อง 2.4 จะประหยัดกว่าเล็กน้อย เพราะ มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า กินน้ำมันขณะเครื่องเดินเบาได้น้อยกว่า
    • นอกเมือง (ความเร็วคงที่ 100-120 กม./ชม.): เครื่อง 2.8 อาจประหยัดพอๆ กัน หรือ ดีกว่า เนื่องจากเครื่องมีแรงบิดที่สูงกว่าทำให้เครื่องยนต์ไม่ต้องเค้นรอบสูงเมื่อต้องแบกน้ำหนักตัวรถเกือบ 2 ตัน ในขณะที่ เครื่อง 2.4 ต้องใช้รอบเครื่อง และ คันเร่งมากกว่าเพื่อรักษาความเร็ว
    • ค่าเฉลี่ย: ทั้งสองรุ่นทำได้ประมาณ 11-14 กม./ลิตร ขึ้นอยู่กับฝีเท้าของผู้ขับ

  3. ช่วงล่าง และ การควบคุม
    หากย้อนกลับไปดู Fortuner มือสองโฉมแรกๆ ของรุ่น All-new (ปี 2015-2017) มักจะมีเสียงบ่นเรื่อง "ช่วงล่างที่ดีด" แต่ในรุ่นหลังๆ และ รุ่นพิเศษได้มีการปรับปรุงให้ดีดังนี้
    • รุ่น 2.8 TRD / Legender / GR Sport: มักจะได้รับการปรับจูนช็อคอัป และ สปริงมาให้ "หนึบ" และ "กระชับ" กว่ารุ่นเครื่อง 2.4 มาตรฐาน ทำให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้มั่นใจกว่า
    • รุ่น 2.4: รุ่นเครื่อง 2.4 จะเน้นความนุ่มนวลแบบครอบครัว แต่อาจจะมีอาการโยนตัว (Body Roll) มากกว่าเมื่อใช้ในความเร็วสูง แต่อย่างไรก็ตาม ในตลาดมือสอง ผู้ใช้หลายๆคนมักเลือกนำรุ่น 2.4 ไปเปลี่ยนโช้คแต่งคุณภาพสูง ซึ่งใช้งบเพียง 2-3 หมื่นบาท ก็ได้ช่วงล่างที่ขับดีกว่ารุ่น 2.8 เดิมๆ เสียอีก

  4. ออปชัน และ สิ่งอำนวยความสะดวก
    ในฐานะรถมือสอง ในรุ่น 2.8 มักจะเป็นรุ่น Top หรือ รุ่นย่อย V ขึ้นไป ทำให้ได้ฟีเจอร์ที่ครบครันกว่า เช่น 
    • ระบบความปลอดภัย: รุ่น 2.8 มักจะมีถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง และ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ (Toyota Safety Sense) ในรถรุ่นปีท้ายๆ
    • ความสะดวกสบาย: รุ่น 2.8 ยังได้ฝาท้ายไฟฟ้า (Power Back Door), เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า, ลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง (เฉพาะบางรุ่น), และ ไฟหน้า LED แบบเลนส์คู่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้รุ่น 2.4 รุ่นเริ่มต้น (รุ่น G) อาจไม่มีมาให้

รุ่นไหนขับดีกว่า และ ควรเลือกรุ่นไหน? หากถามว่า “ขับดีกว่าไหม” จะได้คำตอบว่า รุ่น 2.8 นั้นดีกว่าในแง่พลัง และ การเร่งแซง ส่วน รุ่นเครื่อง 2.4 จะดีกว่าในแง่ความประหยัด และ การใช้งานทั่วๆไป ซึ่งสุดท้ายแล้ว “รุ่นที่ดีที่สุด” คือ รุ่นที่ เหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องแรงที่สุด หรือแพงที่สุด แต่ต้องตอบโจทย์ชีวิตจริงในทุกวันได้ครบถ้วน

ดังนั้นหากสนใจฟอร์จูนเนอร์มือสองทั้งสองรุ่น ที่ได้รับการคัดคุณภาพมาอย่างดีเราขอแนะนำ บอย ออโต้กรุ๊ป ศูนย์จำหน่ายรวมรถยนต์ และ ผู้เชี่ยวชาญรถมือสอง ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์จูนเนอร์มือสอง หรือ รถรุ่นต่างๆ นั้นมีให้เลือกมากมายในราคาย่อมเยาสภาพดี โดยมีชื่อเสียงในการนำเสนอรถคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ สถานที่ของเรามีรถให้เลือกมากกว่า 300 คัน รวมถึงรถเก๋ง กระบะ 4 ประตู รถ SUV มือสอง รถ 7 ที่นั่งมือสอง และ รถกระบะแคป ซึ่งทุกคันได้ผ่านการตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดเพื่อให้ลูกค้าได้รับรถที่มีคุณภาพ และ คุ้มค่ามากที่สุด

ติดต่อสอบถาม
บริษัท บอย ออโต้กรุ๊ป
ที่อยู่: 114 ซอยสุวินทวงศ์4 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร
เบอร์โทรศัพท์: (063) 474-2288

บริษัท บอยออโต้กรุ๊ป จำกัด (00003) (สาขารามคำแหง)
ที่อยู่: เลขที่ 195/8 ถนนรามคำแหง แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240
เบอร์ติดต่อ : 087-324-4000
Line ID : @boy002

 

เปรียบเทียบรถยนต์