เปรียบเทียบ “รถ 5 ประตู” กับ “รถ 4 ประตู” ต่างกันยังไง เหมาะกับใครมากกว่ากัน?

แนะนำวิธีเลือกรถ 5ประตูมือสอง หรือ รถ 4 ประตูมือสอง ว่าแบบไหนเหมาะกับเราที่สุด

ในตลาดรถยนต์ไทยที่กำลังคึกคักอย่างมากการเลือกรถที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องตัดสินใจระหว่าง "รถ 5 ประตู" (Hatchback หรือ แบบที่มีประตูท้ายเปิดกว้าง) กับ "รถ 4 ประตูมือสอง" (Sedan แบบดั้งเดิม) ซึ่งทั้งสองประเภทนี้เป็นรถเก๋งขนาดเล็กถึงกลางที่ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% โดยรถ 5 ประตูมือสองมักถูกมองว่าเป็นรถที่ "ทันสมัย และ อเนกประสงค์" ในขณะที่รถ 4 ประตู คือ " ความคลาสสิก และ น่าเชื่อถือ" แต่จริงๆ แล้ว ความแตกต่างไม่ได้อยู่แค่จำนวนประตู แต่รวมถึงดีไซน์ การใช้งาน พื้นที่เก็บของ ความปลอดภัย ราคา และ ความเหมาะสมกับผู้ใช้ที่หลากหลาย โดยก่อนเข้าสู่การเปรียบเทียบ เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อน รถ 5 ประตูมือสอง (Hatchback) มักมีดีไซน์สั้นกระชับ ท้ายตัดตรง ทำให้ตัวรถยาวสั้นกว่า รถ Sedan 4 ประตูประมาณ 20-30 ซม. ซึ่งช่วยให้จอดรถในเมืองได้ง่ายกว่า ในขณะที่ รถ 4 ประตูมีกระโปรงท้ายแยก ทำให้พื้นที่เก็บของแยกจากห้องโดยสาร ลดกลิ่น และ ความวุ่นวาย นั้นเอง ดังนั้น บทความนี้เราจะพาคุณมาทำความเข้าใจความหมายของรถ 4 ประตู และ 5 ประตูอย่างละเอียด พร้อมเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย จุดเด่นจุดด้อยของแต่ละแบบ รวมถึงแนะนำว่ารถประเภทใดเหมาะกับใคร เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด

 

ความแตกต่างด้านดีไซน์ และ โครงสร้างของรถ 5 ประตูมือสอง กับ รถ 4 ประตู

ความแตกต่างพื้นฐานระหว่างรถ 5 ประตูมือสอง และ 4 ประตู อยู่ที่โครงสร้างตัวถัง และ การออกแบบท้ายรถ ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานประจำวันอย่างมาก รถ 5 ประตูมือสองมักมีรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ท้ายตัดสั้น ทำให้ตัวรถดูดุดัน และ คล่องตัว เช่น Honda City Hatchback ที่มีเส้นสายคมชัด และ ไฟ LED ท้ายแบบเชื่อมต่อกัน ขณะที่ 4 ประตูอย่าง Honda City Sedan มีกระโปรงท้ายโค้งมน ให้ความรู้สึกหรูหราและ สง่างามมากกว่า โดยผู้ใช้มักชื่นชอบรถ 5 ประตูมากกว่า เพราะดู "เยาว์วัย" และ เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ดี 

ด้านขนาดตัวรถ รถ 5 ประตูมือสองมักสั้นกว่า โดยความยาวโดยรวมอยู่ที่ 4.0-4.3 เมตร เช่น Toyota Yaris Hatchback ยาว 4.14 เมตร กว้าง 1.73 เมตร สูง 1.48 เมตร ซึ่งช่วยให้จอดรถในที่แคบได้ง่าย ในขณะที่ 4 ประตูอย่าง Toyota Yaris Ativ นั้นยาว 4.42 เมตร ทำให้มีพื้นที่ท้ายแยกขนาด 286 ลิตร แต่ตัวรถยาวขึ้นถึง 28 ซม. ซึ่งอาจขุบลำบากในซอยแคบ และ รถ Hatchback มีรัศมีเลี้ยวที่ 4.8-5.0 เมตร เมื่อเทียบกับ Sedan ที่ 5.2-5.5 เมตร ทำให้รถ 5 ประตูเหมาะกับการขับในเมืองมากกว่า

สำหรับด้านโครงสร้างตัวถังของรถ 5 ประตูมือสอง จะใช้แพลตฟอร์มแบบ monocoque ที่แข็งแรงแต่เบา โดยน้ำหนักตัวรถอยู่ที่ 1,000-1,100 กก. ซึ่งช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 5-10% เมื่อเทียบกับรถ 4 ประตูที่หนักกว่าถึง 100 กก. เนื่องจากต้องมีกระโปรงท้ายแยก ตัวอย่างเช่น Mazda 2 Hatchback มีน้ำหนัก 1,050 กก. ขณะที่ Mazda 2 Sedan 1,100 กก. นั้นเอง

สรุปแล้วด้านดีไซน์รถ 5 ประตูมือสองชนะเรื่องความคล่องตัว และ อเนกประสงค์ ขณะที่รถ 4 ประตูเด่นด้านความหรูหรา และ การป้องกันมากกว่า

ข้อดี และ ข้อเสียด้านการใช้งาน และ การขับขี่ระหว่างรถ 5 ประตูมือสอง กับ รถ 4 ประตู

การใช้งานประจำวัน คือ ปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้ใช้เลือกประเภทซึ่ง รถ 5 ประตูมือสอง จะเหมาะกับการขับในเมืองเพราะตัวรถสั้น จอดรถง่ายในห้าง หรือ คอนโด โดยรัศมีเลี้ยวแคบช่วยให้จะช่วยให้ U-turn ได้ในซอยแคบๆ เช่น Suzuki Swift Hatchback ที่ผู้ใช้ชมว่า "จอดซ้อนคันได้สบาย" ขณะที่รถ 4 ประตูอย่าง Nissan Almera Sedan อาจลำบากในที่แคบๆมากกว่าเพราะยาวกว่าถึง 20 ซม.

ด้านการขับขี่รถ 5 ประตูจะมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าเพราะท้ายสั้น ทำให้เข้าโค้งได้มั่นคงกว่า โดย Mazda 2 Hatchback เร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 10 วินาที เทียบเท่ากับ Mazda 2 Sedan แต่รถ Hatchback "ขับสนุกกว่า" แต่อย่างไรก็ตามรถ 4 ประตู จะมีห้องโดยสารที่เงียบกว่าเพราะกระโปรงท้ายแยกกัน จึงช่วยลดเสียงลม และ ถนนได้ดีกว่า 

ข้อดีอีกข้อของรถ 5 ประตูมือสอง คือ พื้นที่ท้ายที่ยืดหยุ่น พับเบาะได้ 60/40 ทำให้ขนของยาวได้ถึง 1.8 เมตรได้สบาย เช่น จักรยาน หรือ กล่องเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงเหมาะกับคนชอบช้อปปิ้ง หรือ มีครอบครัวเล็กๆ  แต่ข้อเสียเองก็มี เช่น ประตูท้ายเปิดกว้าง อาจเปียกฝน หรือ ขโมยง่ายกว่ารถ 4 ประตูที่กระโปรงล็อคแยก

ต่อมาข้อดีของรถ 4 ประตู นั้นก็คือ มีพื้นที่ท้ายแยก เก็บของที่มีกลิ่น หรือ เปียกได้โดยไม่ส่งกลิ่นเข้าห้องโดยสาร เช่น อาหารทะเล หรือ รองเท้าเปียก  แต่ก็มีข้อเสียที่ ขนของขนาดใหญ่ๆได้ลำบาก ต้องยกผ่านเบาะหลัง ทำให้เหนื่อยในการขนมากกว่า

สำหรับด้านความประหยัดน้ำมัน รถทั้งสองแบบนั้นมีความใกล้เคียงกันที่ประมาณ 20-25 km/L แต่ รถ 5 ประตู นั้นจะเบากว่าเล็กน้อย ทำให้ประหยัดน้ำมันกว่าราวๆ 2-3% ในเมือง แต่สำหรับมือใหม่รถ 5 ประตูเองก็ยังขับง่ายกว่าเพราะมุมมองด้านหลังดีกว่า แต่รถ 4 ประตู นั้นจะให้ความมั่นคงกว่าในการขับด้วยความเร็ว

ด้านความปลอดภัย และ เทคโนโลยีของรถ 5 ประตูมือสอง กับ รถ 4 ประตู

ความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญในการเลือกรถ โดยที่รถยนต์ต้องผ่านมาตรฐาน ASEAN NCAP 5 ดาว ซึ่งรถทั้งสองแบบมีโครงสร้างที่แข็งแรง แต่รถ 5 ประตู จะมีจุดอ่อนตรงประตูท้ายที่อาจเสี่ยงการชนด้านหลังมากกว่า โดย Honda City Hatchback นั้นได้ 5 ดาวจาก NCAP ด้วยถุงลม 6 ลูก และ VSC ขณะที่ City Sedan มีโครงสร้างท้ายที่แข็งกว่า ทำให้ลดการบุบได้ถึง 20% 

อีกทั้งเทคโนโลยีในรถ 5 ประตูมักล้ำหน้ากว่า เช่น Mazda 2 Hatchback มี HUD และ 360 Camera ขณะที่ Mazda 2 Sedan มีแค่กล้องหลัง แต่ทั้งคู่มี Apple CarPlay ตามมาตรฐานปี 2025 ทั้งคู่

ซึ่งหากคุณต้องการรถที่ ขับสบาย เงียบหรู มีภาพลักษณ์เป็นทางการ และ ไม่จำเป็นต้องขนของมากนัก ควรเลือกรถ 4 ประตู (Sedan) จะตอบโจทย์ที่สุด แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ ชอบเดินทาง ชอบความยืดหยุ่น เก็บของได้เยอะ และ ชอบดีไซน์ที่ทันสมัยควรเลือกรถ 5 ประตูมือสอง (Hatchback หรือ SUV) จะคุ้มค่ากว่าดังนั้นท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเลือกรถแบบไหน “ดีที่สุด” ขึ้นอยู่กับ ไลฟ์สไตล์ และ ความต้องการของผู้ใช้ มากกว่าจำนวนประตู เพราะรถที่เหมาะกับคนหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง หากก่อนตัดสินใจซื้อควรได้ลองขับจริง เพื่อเปรียบเทียบพื้นที่เก็บของ ความสะดวก และ ความรู้สึกเวลาขับ จะช่วยให้คุณเลือกรถที่ตอบโจทย์ได้อย่างมั่นใจที่สุดแน่นอน โดยหากคุณกำลังมองหารถ 5 ประตูมือสอง หรือ รถ 4 ประตูมือสองที่มีความคุ้มค่า เราขอแนะนำ บอย ออโต้กรุ๊ป ศูนย์จำหน่ายรวมรถยนต์ และ ผู้เชี่ยวชาญด้าน รถ 5 ประตูมือสอง ไม่ว่าจะเป็น รถมือสอง หรือ รถรุ่นต่างๆนั้นมีให้เลือกมากมายในราคาย่อมเยาสภาพดี โดยมีชื่อเสียงในการนำเสนอรถคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ สถานที่ของเรามีรถให้เลือกมากกว่า 300 คัน รวมถึงรถเก๋ง กระบะ 4 ประตู รถ SUV มือสอง รถ 7 ที่นั่งมือสอง และ รถตู้มือสองซึ่งทุกคันผ่านการตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดเพื่อให้ลูกค้าได้รับรถที่มีคุณภาพ และ คุ้มค่ามากที่สุดนั้นเอง

ติดต่อสอบถาม
บริษัท บอย ออโต้กรุ๊ป
ที่อยู่: 114 ซอยสุวินทวงศ์4 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร
เบอร์โทรศัพท์: (063) 474-2288

เปรียบเทียบรถยนต์