Nissan Navara NP300 Double Cab 2.5 E Black Edition ปี 2019 หรือชื่อรุ่นเต็มตามไลน์อัปคือ Navara Calibre Double Cab 2.5 E 6MT Black Edition เป็นกระบะ 4 ประตู ขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง ที่เด่นเรื่องลุคสปอร์ตเข้มจากชุดตกแต่ง Black Edition รอบคัน รุ่นนี้เปิดตัวด้วยราคาป้ายแดง 877,000 บาท โดยอยู่ต่ำกว่ารุ่น EL 7AT Black Edition ที่เป็นเกียร์อัตโนมัติและมีอุปกรณ์สูงกว่า
Navara NP300 รุ่นนี้เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการกระบะ 4 ประตู ใช้งานได้ทั้งครอบครัวและงานบรรทุกเบา ๆ แต่ยังอยากได้ภาพลักษณ์ที่ดูสปอร์ต ดุดันกว่ารุ่นปกติ จุดเด่นของ Black Edition คือการตกแต่งภายนอกด้วยชิ้นส่วนสีดำ เช่น กระจังหน้า กระจกมองข้าง มือเปิดประตู บันไดข้าง กันชนหลัง ล้ออัลลอยสีดำ และสติกเกอร์ตกแต่งรอบคัน ทำให้ตัวรถดูเข้มขึ้นจากโรงงาน ไม่ต้องแต่งเพิ่มเยอะก็ได้ฟีลกระบะสายลุยแล้ว
รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลรหัส YD25DDTi แบบ 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2,488 ซีซี พร้อมระบบจ่ายน้ำมันคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน VGS และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 403 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
คาแรกเตอร์ของเครื่องยนต์ตัวนี้เด่นเรื่องแรงบิดรอบต่ำ เหมาะกับการใช้งานจริง ทั้งขับในเมือง เดินทางต่างจังหวัด หรือบรรทุกสัมภาระ เครื่อง 2.5 ลิตรของ Navara ให้ความรู้สึกแน่น ทน และขับง่าย โดยเฉพาะคนที่ชอบเกียร์ธรรมดา จะได้ฟีลควบคุมรถเองชัดเจนกว่าเกียร์อัตโนมัติ
ตัวถังของรุ่น Double Cab Calibre E 6MT Black Edition มีขนาดโดยประมาณ ยาว 5,255 มม. กว้าง 1,850 มม. สูง 1,785 มม. ระยะฐานล้อ 3,150 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 215 มม. ขนาดกระบะท้ายประมาณ 1,503 x 1,560 x 474 มม. และใช้ยางขนาด 255/60 R18 ตามข้อมูลในโบรชัวร์ Nissan Navara Double Cab ปี 2019
ด้วยความเป็นกระบะ 4 ประตูยกสูง รุ่นนี้จึงให้ตำแหน่งนั่งสูง มองถนนชัด ขับแล้วรู้สึกมั่นใจ เหมาะกับคนที่อยากได้รถใช้งานครอบครัว แต่ยังต้องการพื้นที่กระบะท้ายสำหรับบรรทุกของด้วย
ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแหนบซ้อนตามสไตล์กระบะที่เน้นความแข็งแรงและรองรับน้ำหนักได้ดี ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน ด้านหลังเป็นดรัมเบรก และพวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียน พร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง
ฟีลลิ่งของ Navara รุ่นนี้จะเน้นความแน่นและมั่นคงมากกว่าความนุ่มแบบ SUV เหมาะกับคนที่ต้องการกระบะใช้งานจริง ขับทางไกลได้ดี ลุยถนนต่างจังหวัดได้มั่นใจ และยังมีความทนทานของพื้นฐานกระบะ Nissan
จุดขายหลักของรุ่นนี้คือชุดตกแต่ง Black Edition ที่ทำให้ตัวรถดูสปอร์ตและดุดันขึ้นชัดเจน อุปกรณ์ภายนอกที่โดดเด่น ได้แก่ ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED สีรมดำ, ไฟ Daytime Running Light แบบ LED, ไฟตัดหมอกคู่หน้า, กระจังหน้าสีดำ, กระจกมองข้างสีดำ, มือเปิดประตูสีดำ, บันไดข้างสีดำ, กันชนหลังสีดำ, โป่งล้อสีดำตกแต่งหมุดสีเงิน และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สีดำ พร้อมยาง 255/60 R18
ดีไซน์ภายนอกของรุ่นนี้เหมาะมากสำหรับลูกค้าที่ชอบกระบะลุคแต่งจากโรงงาน เพราะไม่ใช่แค่เปลี่ยนล้อหรือแปะสติกเกอร์ แต่เป็นการคุมโทนดำรอบคัน ตั้งแต่ด้านหน้า ด้านข้าง ไปจนถึงท้ายรถ ทำให้ภาพรวมดูดุดันกว่ารุ่น E ปกติ
“ด้านหน้าของ Navara Black Edition คันนี้เด่นมากครับ ได้ไฟหน้า Projector LED สีรมดำ กระจังหน้าสีดำ ล้อ 18 นิ้วสีดำ พร้อมชุดตกแต่งรอบคันจากโรงงาน รถดูเข้ม ดุดัน ไม่ต้องแต่งเพิ่มก็หล่อแล้วครับ”
ภายในมาในโทนสีดำ ตกแต่งด้วยวัสดุสีดำ Piano Black ให้บรรยากาศสปอร์ตขึ้นกว่ากระบะใช้งานทั่วไป เบาะนั่งหุ้มผ้าสีดำ เบาะคนขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารตอนหน้าปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง และเบาะหลังสามารถยกพับขึ้นได้เพื่อเพิ่มพื้นที่วางของภายในห้องโดยสาร
อุปกรณ์ภายในที่น่าสนใจ ได้แก่ พวงมาลัยพาวเวอร์ปรับสูง-ต่ำได้, สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, มาตรวัดเรืองแสง Fine Vision, หน้าจอ MID แบบสี 3 มิติ, กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบฝั่งคนขับ, ระบบเซ็นทรัลล็อก, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และช่องเก็บแว่นตา
รุ่น 2.5 E 6MT Black Edition มาพร้อมเครื่องเสียงวิทยุ AM/FM CD MP3 พร้อมหน้าจอขนาด 5 นิ้ว รองรับช่องเชื่อมต่อ AUX / USB, Bluetooth, ช่องชาร์จไฟ 12V และลำโพง 6 ตำแหน่ง
จุดที่ควรอธิบายให้ลูกค้าทราบคือ รุ่น E 6MT Black Edition ยังไม่ใช่ตัวท็อปสุดของ Black Edition เพราะรุ่น EL 7AT Black Edition จะได้หน้าจอ 8 นิ้ว Nissan Connect, Apple CarPlay / Android Auto, ระบบนำทาง และกล้องรอบคัน 360 องศาเพิ่มเข้ามา
แม้จะเป็นรุ่นเกียร์ธรรมดา แต่ Navara 2.5 E Black Edition ให้ของใช้งานมาค่อนข้างครบ เช่น Cruise Control, ปุ่มสตาร์ท Push Start Button, กุญแจอัจฉริยะ Smart Keyless Entry, กุญแจรีโมท, กล้องมองภาพขณะถอยจอด, ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหลัง และระบบปรับอากาศแบบปุ่มกด
จุดนี้ทำให้รุ่นนี้ไม่ใช่กระบะเกียร์ธรรมดาแบบโล้น ๆ แต่เป็นรถที่ยังให้ความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานประจำวัน ทั้งขับเอง ใช้ในครอบครัว หรือใช้ทำงาน
ระบบความปลอดภัยหลักประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยหัวเข่าฝั่งผู้ขับขี่ 1 ตำแหน่ง, ระบบเบรก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED, กุญแจนิรภัย Immobilizer และระบบสัญญาณกันขโมย
สำหรับรถมือสอง ควรสื่อสารเพิ่มเรื่องการตรวจสภาพโครงสร้าง ช่วงล่าง ระบบเบรก และประวัติการใช้งาน เพราะกระบะเป็นรถที่บางคันอาจผ่านงานบรรทุกหรืองานใช้งานหนักมาก่อน การตรวจสภาพละเอียดจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าได้มาก
ค่าผ่อนชำระต่อเดือน
หมายเหตุ:เงื่อนไขดอกเบี้ยและค่างวดข้างต้นเป็นตัวเลขประมาณการ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาเครดิตจากทางธนาคาร
หมายเหตุ:เงื่อนไขดอกเบี้ยและค่างวดข้างต้นเป็นตัวเลขประมาณการ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาเครดิตจากทางธนาคาร