Toyota Alphard 2.5 Hybrid ปี 2020 เป็นรถ MPV ระดับหรูที่เน้นความสบายของผู้โดยสารเป็นหลัก เหมาะสำหรับครอบครัวระดับพรีเมียม ผู้บริหาร หรือผู้ที่ต้องการรถเดินทางไกลที่ให้ความเงียบ นุ่ม และภูมิฐาน รุ่น MY2020 ที่จำหน่ายโดย Toyota Motor Thailand เป็นรถนำเข้า CBU จากญี่ปุ่น ราคาป้ายแดงอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 4,019,000 บาท และในปี 2020 มีการเพิ่มอุปกรณ์หลายรายการ เช่น Toyota Safety Sense, จอเครื่องเสียง 10.5 นิ้ว, จอหลัง 13.3 นิ้ว, ลำโพง JBL 17 ตำแหน่ง และกล้องรอบคัน 360 องศา
Alphard 2.5 Hybrid เป็นรถ MPV หรูที่ขายจุดเด่นเรื่องความสบาย ความเงียบ และภาพลักษณ์ระดับผู้บริหาร ตัวรถเป็นเจเนอเรชัน AH30 Minorchange ดีไซน์ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ เส้นสายหรู ดูภูมิฐานกว่ารถครอบครัวทั่วไป และมีห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่งที่เน้นความสบายของผู้โดยสารแถว 2 เป็นพิเศษ
รุ่น Hybrid เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการความนุ่มนวล ประหยัดกว่าเครื่องเบนซินล้วน และได้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้า E-Four เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะเวลาออกตัว บนถนนลื่น หรือเดินทางไกล
Toyota Alphard 2.5 Hybrid ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส 2AR-FXE 4 สูบ ความจุ 2,493 ซีซี ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังเครื่องยนต์สูงสุด 152 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 206 นิวตันเมตร ที่ 4,400-4,800 รอบ/นาที มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าให้กำลัง 143 แรงม้า / 270 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังให้กำลัง 68 แรงม้า / 139 นิวตันเมตร กำลังรวมทั้งระบบอยู่ที่ 197 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ E-Four และใช้แบตเตอรี่ Nickel-Hydrogen 6.5 Ah
จุดเด่นของระบบไฮบริดใน Alphard ไม่ได้เน้นความแรงแบบสปอร์ต แต่เน้นความนุ่ม เงียบ และต่อเนื่อง เวลาออกตัวมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยให้รถเคลื่อนตัวได้เนียนกว่าเครื่องยนต์ล้วน เหมาะกับรถผู้บริหารหรือครอบครัวที่ต้องการความสบายในการโดยสาร
ระบบ E-Four ของ Alphard Hybrid ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังช่วยขับเคลื่อนล้อหลัง โดยไม่ต้องใช้เพลากลางแบบรถ 4WD ทั่วไป ข้อดีคือช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาออกตัวหรือขับบนพื้นผิวที่ลื่น ขณะเดียวกันยังคงความนุ่มและความเงียบตามสไตล์รถไฮบริด
สำหรับการใช้งานจริง ระบบนี้เหมาะกับลูกค้าที่ใช้รถเดินทางไกล วิ่งต่างจังหวัด หรือใช้รับส่งครอบครัว/ผู้บริหาร เพราะให้ฟีลขับที่มั่นคงและสุภาพมากกว่าการเน้นความแรงจัดจ้าน
ตัวถัง Alphard เจเนอเรชัน AH30 มีขนาดใหญ่แบบ MPV หรูเต็มรูปแบบ โดยข้อมูลรุ่นเดิม 30 Series ระบุขนาดโดยประมาณ ยาว 4,945 มม. กว้าง 1,850 มม. สูง 1,895 มม. ระยะฐานล้อ 3,000 มม. ส่วนโบรชัวร์ Toyota Alphard/Vellfire ปี 2020 ระบุขนาดของรุ่น 2.5 Hybrid อยู่ที่ 4,945 x 1,850 x 1,895 มม.
ด้วยฐานล้อ 3 เมตรและตัวถังทรงสูง ห้องโดยสารจึงมีความโปร่งมาก นั่งสบายทั้งแถวหน้า แถว 2 และแถว 3 จุดเด่นของ Alphard คือไม่ได้เป็นเพียงรถ 7 ที่นั่ง แต่เป็นรถที่ออกแบบให้ผู้โดยสารทุกตำแหน่งนั่งได้สบาย โดยเฉพาะเบาะแถว 2 ที่เป็นไฮไลต์หลักของรุ่นนี้
Alphard AH30 ใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบ Double Wishbone ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากรถตู้/MPV หลายรุ่นที่ยังใช้ช่วงล่างหลังแบบคานหรือทอร์ชันบีม ช่วงล่างลักษณะนี้ช่วยให้การซับแรงสะเทือนดีขึ้น นั่งสบายขึ้น และควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวรถได้ดีกว่าในรถขนาดใหญ่
บุคลิกการขับของ Alphard 2.5 Hybrid จะเน้นความนุ่ม เงียบ และสุภาพ พวงมาลัยเบา ขับง่ายในเมือง แม้ตัวรถจะมีขนาดใหญ่ ส่วนการเดินทางไกลจะเด่นเรื่องความนิ่งและความสบายของผู้โดยสาร ไม่ใช่รถที่เน้นการขับเร็วแบบสปอร์ต แต่เป็นรถที่ขับแล้วผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า
ภายนอกของ Alphard ปี 2020 โดดเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED, ไฟ Daytime Running Light แบบ LED, ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ไฟเลี้ยวหน้า-หลัง LED แบบ Sequential, ไฟท้าย LED, ไฟตัดหมอกหน้า และไฟตัดหมอกหลัง
ในรุ่น MY2020 ยังมีชุดแต่งสเกิร์ตหน้าและสเกิร์ตหลังจากโรงงาน ช่วยให้ตัวรถดูเต็มและพรีเมียมขึ้น พร้อมป้าย 10-Year Hybrid Battery Guarantee สำหรับรุ่น Hybrid ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่ไฮบริด
ภายในของ Alphard 2.5 Hybrid เน้นความหรูและความสบายเป็นหลัก ตกแต่งด้วยลายไม้ มาตรวัด Optitron เบาะนั่งหุ้มหนังแบบพิเศษ Perforated เบาะคู่หน้ามีระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ พร้อมระบบบริหารหลังไฟฟ้า Air Lumbar Pro เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อม Memory 3 ตำแหน่ง ส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมที่รองขา
เบาะแถว 2 เป็นหัวใจสำคัญของ Alphard เพราะมาพร้อมระบบ Ventilator & Heater, ที่รองขา, โต๊ะส่วนตัวแบบพับได้ และไฟอ่านหนังสือสำหรับผู้โดยสารแถว 2 ให้บรรยากาศเหมือนห้องรับรองเคลื่อนที่ เหมาะมากสำหรับผู้บริหาร ผู้สูงอายุ หรือครอบครัวที่เดินทางไกลบ่อย
“ไฮไลต์ของ Alphard อยู่ที่เบาะแถว 2 ครับ นั่งสบายมาก มีที่รองขา มีระบบอุ่นและระบายอากาศ พร้อมโต๊ะพับส่วนตัว ให้ฟีลเหมือนนั่ง Business Class บนถนนเลยครับ”
รุ่นนี้ให้ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอุณหภูมิ 3 โซน ซ้าย-ขวา-หลัง พร้อมระบบหมุนเวียนอากาศอัตโนมัติ และช่องแอร์ส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารทุกแถวได้รับความสบายใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ยังมีไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารที่ปรับความสว่างได้ 4 ระดับ และเลือกได้ทั้งหมด 16 เฉดสี ช่วยเพิ่มบรรยากาศพรีเมียมภายในรถ โดยเฉพาะเวลานั่งตอนกลางคืนหรือเดินทางไกล
MY2020 ได้รับการอัปเกรดระบบความบันเทิงสำคัญหลายรายการ ได้แก่ หน้าจอเครื่องเสียงระบบสัมผัสขนาด 10.5 นิ้ว, รองรับ Apple CarPlay, Bluetooth, เครื่องเล่น DVD/CD/MP3/WMA, หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 13.3 นิ้ว, กล่องรับสัญญาณ Digital TV และลำโพง JBL 17 ตำแหน่ง
จุดนี้ทำให้ Alphard เป็นรถที่เหมาะกับการเดินทางแบบครอบครัวมาก เพราะผู้โดยสารแถวหลังสามารถดูคอนเทนต์ระหว่างทางได้สะดวก เสียงจาก JBL 17 ตำแหน่งช่วยยกระดับบรรยากาศในห้องโดยสารให้พรีเมียมมากขึ้น
Toyota Alphard 2.5 Hybrid ปี 2020 ได้รับการเพิ่มระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันหลายรายการ เช่น Dynamic Radar Cruise Control, ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร Lane Departure Warning, ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางช่องจราจร Lane Tracing Assist, ระบบเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Vehicle Sway Warning, กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS
ระบบความปลอดภัยพื้นฐานยังให้มาแน่น ทั้ง ABS, EBD, BA, VSC, VDIM, TRC, EPS, HAC, Blind Spot Monitor, Digital Rear View Mirror, กล้องถอยหลัง และถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง ได้แก่ คู่หน้า ด้านข้าง ม่านนิรภัย และหัวเข่าผู้ขับขี่
Alphard 2.5 Hybrid ปี 2020 มาพร้อมอุปกรณ์ความสะดวกครบระดับรถหรู เช่น Push Start, Smart Entry, เบรกมือไฟฟ้า EPB, ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ Rain Sensor, Wireless Charging, กระจกมองหลังดิจิตอล, หลังคามูนรูฟหน้า-หลัง, ประตูสไลด์ซ้าย-ขวาเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
รุ่น MY2020 ยังเพิ่มฝาท้ายเปิด-ปิดแบบไม่ต้องใช้มือ Kick Activated, กล้องบันทึกเหตุการณ์ Digital Video Recorder และระบบ T-Connect Telematics เช่น Find My Car, Stolen Vehicle Tracking, SOS Emergency Service, Parking Alert และระบบนำทางพร้อมข้อมูลจราจร
ค่าผ่อนชำระต่อเดือน
หมายเหตุ:เงื่อนไขดอกเบี้ยและค่างวดข้างต้นเป็นตัวเลขประมาณการ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาเครดิตจากทางธนาคาร
หมายเหตุ:เงื่อนไขดอกเบี้ยและค่างวดข้างต้นเป็นตัวเลขประมาณการ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาเครดิตจากทางธนาคาร