ซื้อฮอนด้าซิตี้มือสองปีไหนดี? แนะนำรุ่นเก่า–รุ่นใหม่ พร้อมความคุ้มค่า

แนะนำเทคนิคในการเลือกซื้อฮอนด้าซิตี้มือสองปีไหนดี?เพื่อให้ได้รถที่คุ้มค่าที่สุด

รถยนต์คอมแพ็กต์ยอดนิยมอย่าง Honda City ได้กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักสำหรับผู้ที่อยากได้รถมือสองที่คุ้มค่า ด้วยความประหยัดน้ำมัน ห้องโดยสารกว้าง ใช้งานคล่องตัวในเมือง และ ค่าใช้จ่ายดูแลรักษาที่ไม่สูงมาก แต่เมื่อคุณตั้งใจจะซื้อรถมือสองขึ้นมา คำถามแรกที่เกิดขึ้นคือ ควรซื้อ Honda City มือสองปีไหนดี? รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ต่างกันอย่างไร? และ ควรเลือกรถรุ่นไหนที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุด? โดยบทความนี้จะช่วยคุณตอบคำถามทั้งหมดได้อย่างละเอียด

แนะนำนรถ ฮอนด้าซิตี้มือสอง รุ่นปีต่างๆให้เลือกได้อย่างเหมาะสมที่สุด

  1. ยุคสร้างชื่อ : Honda City ZX (2005 - 2007)

    รถรุ่นนี้จะเหมาะสำหรับ ผู้ที่มีงบจำกัดมาก หรือ ต้องการรถคันที่สองไว้จ่ายตลาด

    • เสน่ห์ของรุ่นนี้ : เป็นรถที่รูปทรงอาจจะดูแปลกตา (ทรงแมลงสาบ) แต่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินตัว และ มีเบาะ Ultra Seat ที่พับได้หลากหลาย
    • เครื่องยนต์ : มีทั้ง i-DSI (เน้นประหยัด) และ VTEC (เน้นแรง)
    • ความคุ้มค่า : ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 70,000 - 110,000 บาท *
    • ข้อควรระวัง : เกียร์ CVT รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเปราะบาง หากเจ้าของเดิมไม่เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตรงเวลา อาจต้องเผื่อเงินโอเวอร์ฮอลเกียร์ไว้ด้วย

  2. รุ่นพิมพ์นิยม : Honda City (GM2) (2008 - 2013)

    รุ่นนี้จะเหมาะสำหรับ คนงบน้อยที่อยากได้รถทรงสวย อะไหล่หาง่าย และ ยังดูไม่เก่า

    • เสน่ห์ของรุ่นนี้ : เป็นรุที่มีดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "ลูกธนู" ทำให้ยังดูทันสมัยแม้จะผ่านไปสิบกว่าปี มีเครื่องยนต์ 1.5 i-VTEC รหัส L15A ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน และ จูนต่อได้ง่าย
    • ความคุ้มค่า : ราคาในตลาดมือสองอยู่ที่ประมาณ 150,000 - 230,000 บาท ถือเป็นช่วงราคาที่ "คุ้มที่สุด" สำหรับคนเริ่มทำงาน
    • ข้อดี : ซ่อมที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย อะไหล่เชียงกงเพียบ

  3. รุ่นสมบูรณ์แบบ : Honda City (GM6 / GM6 Facelift) (2014 - 2019)

    GM6 เป็นรถที่เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการความอุ่นใจ ออปชั่นครบ และ มีเทคโนโลยีที่ยังใช้งานได้ดีเยี่ยมในปัจจุบัน

    • เสน่ห์ของรุ่นนี้ : เป็นรถที่มีการอัปเกรดครั้งใหญ่ ทั้งความนุ่มนวล ระบบความปลอดภัย (VSA, HAS) และ รองรับน้ำมัน E85 รุ่น Minorchange (ปี 2017+) ได้ไฟหน้า LED และ หน้าจอสัมผัสที่ดูหรูหราขึ้น
    • เครื่องยนต์ : 1.5 ลิตร ที่แรงกำลังดี และ ไว้ใจได้ที่สุดในตระกูล City
    • ความคุ้มค่า : ราคาอยู่ที่ประมาณ 280,000 - 420,000 บาท (ขึ้นอยู่กับปี และ รุ่นย่อย)
    • ทำไมต้องรุ่นนี้ : เพราะนี่คือช่วงที่ Honda City ทำรถมาสมดุลระหว่าง "ความทนทาน" กับ "เทคโนโลยี" ได้ดีที่สุด

ยุคเทอร์โบ และ ไฮบริด ของ Honda City (2020 - ปัจจุบัน)

เข้าสู่ยุค Eco Car Phase 2 ที่เน้นความแรง และ ประหยัดน้ำมัน

  1. 1.0 VTEC Turbo (รุ่น Sedan และ Hatchback)
    • จุดเด่น : เป็นรถที่มีแรงม้า 122 ตัวที่แรงกว่าเครื่อง 1.5 รุ่นเก่าชัดเจน ขับสนุกมาก พุ่งติดเท้า
    • ราคามือสอง : เริ่มต้นที่ประมาณ 390,000 - 550,000 บาท
    • ข้อพิจารณา : ต้องผ่านการดูแลรักษาตามระยะอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ "สายพานไทม์มิ่งจุ่มในน้ำมันเครื่อง" ที่ควรเปลี่ยนก่อนกำหนดเพื่อป้องกันการอุดตันของระบบน้ำมัน

  2. e:HEV (Full Hybrid)
    • จุดเด่น : เป็นรถที่ประหยัดน้ำมันระดับ 25-27 กม./ลิตร และ มาพร้อมระบบความปลอดภัย Honda SENSING ครบครัน
    • ราคามือสอง : เริ่มต้นที่ประมาณ 540,000 บาทขึ้นไป (ปี 2026 นี้ราคาเริ่มน่าคบหามากขึ้น)
    • ความคุ้มค่า : จึงเหมาะสำหรับคนใช้รถในเมืองเยอะๆ วันละหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งสามารถนำค่าประหยัดน้ำมันมาช่วยผ่อนรถได้เลย

สรุปเราควรซื้อ Honda City มือสองปีไหนดี?

  • หากมีงบไม่เกิน 2 แสน : ควรเลือก ปี 2011-2013 (GM2) ที่ได้รถทรงสวย ทนทาน และ ซ่อมง่าย
  • หากมีงบงบ 3-4 แสน (แนะนำที่สุด) : ควรเลือกรุ่น ปี 2017-2019 (GM6 Facelift) คุณจะได้รถที่ดูใหม่ ออปชันความปลอดภัยครบ และ ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลเครื่องเทอร์โบ
  • หากมีงบงบ 4-5 แสน : ให้เลือก ปี 2020+ (1.0 Turbo) หากคุณชอบความแรง และ ดีไซน์ล้ำสมัย หรือเลือก e:HEV หากเน้นความประหยัดสูงสุด นั้นเอง

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะหา Honda City มือสอง ปีไหนถ้าหากอยากได้รถที่ดีไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง เราขอแนะนำ บอย ออโต้กรุ๊ป ศูนย์จำหน่ายรวมรถยนต์ และ ผู้เชี่ยวชาญรถมือสอง ไม่ว่าจะเป็น Honda City หรือ รถรุ่นต่างๆ นั้นมีให้เลือกมากมายในราคาย่อมเยาสภาพดี โดยมีชื่อเสียงในการนำเสนอรถคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ สถานที่ของเรามีรถให้เลือกมากกว่า 300 คัน รวมถึงรถเก๋ง กระบะ 4 ประตู รถ SUV มือสอง รถ 7 ที่นั่งมือสอง และ รถกระบะแคป ซึ่งทุกคันได้ผ่านการตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดเพื่อให้ลูกค้าได้รับรถที่มีคุณภาพ และ คุ้มค่ามากที่สุดนั้นเอง

ติดต่อสอบถาม
บริษัท บอย ออโต้กรุ๊ป
ที่อยู่: 114 ซอยสุวินทวงศ์4 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร
เบอร์โทรศัพท์: (063) 474-2288

เปรียบเทียบรถยนต์