ปาเจโร่มือสองขับ 2 กับขับ 4 ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี

แนะนำวิธีเลือกปาเจโร่มือสองขับ 2 กับขับ 4 ให้เหมาะการใช้งาน  

สำหรับคนที่กำลังมองหา Mitsubishi ปาเจโร่มือสอง หนึ่งในคำถามสำคัญที่มักเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อคือ “เลือกขับ 2 หรือ ขับ 4 ดี?” เพราะรถทั้งสองแบบอาจมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกัน ใช้เครื่องยนต์ตระกูลเดียวกันในบางรุ่น และ มีพื้นที่ใช้สอยสำหรับครอบครัวไม่ต่างกันมาก แต่ระบบขับเคลื่อนมีผลโดยตรงต่อรูปแบบการใช้งาน สมรรถนะ ความสามารถในการเดินทางบนสภาพถนนต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาวนั้ต่างกัน  ซึ่งการเลือก ปาเจโร่มือสองขับ 2 หรือ ขับ 4 ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่ารุ่นไหนดีกว่า แต่ควรเลือกให้ตรงกับพฤติกรรมการใช้งาน งบประมาณ และ สภาพรถที่กำลังจะซื้อ ดังนั้นบทความนี้จะเปรียบเทียบความแตกต่างของ Pajero Sport ขับ 2 และขับ 4 แบบละเอียด พร้อมข้อดี ข้อจำกัด ค่าใช้จ่าย จุดตรวจสอบรถมือสอง และ แนวทางเลือกให้เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละประเภท 

เจาะลึกความแตกต่างเชิงเทคนิคของ Mitsubishi Pajero Sport (2WD vs 4WD)

แม้ภาพลักษณ์ภายนอก และ เครื่องยนต์ MIVEC Clean Diesel 2.4 ลิตร (181 แรงม้า) ของ Pajero Sport จะเหมือนกันทุกประการ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ระบบส่งกำลัง และ เทคโนโลยีช่วงล่าง ดังนี้

  • รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD): ตัวรถส่งกำลังจากเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังล้อคู่หลังเพียงอย่างเดียว โครงสร้างระบบขับเคลื่อนเรียบง่าย น้ำหนักตัวรถเบากว่ารุ่น 4WD ประมาณ 70–90 กิโลกรัม
  • รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD): มาพร้อมระบบขับเคลื่อนเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิอย่าง Super Select 4WD-II ซึ่งแตกต่างจาก PPV ค่ายอื่นๆ ตรงที่มีชุดส่วนต่างกลาง ทำให้สามารถใช้โหมด 4H บนถนนดำแห้ง หรือ เปียกชื้นได้โดยที่เกียร์ไม่พัง

เจาะลึกระบบ Super Select 4WD-II ใน Pajero Sport

ความคุ้มค่าที่สุดของรุ่น 4WD อยู่ที่สวิตช์หมุนเปลี่ยนโหมดการขับขี่ ซึ่งตอบโจทย์ทุกสภาพถนน เช่น

  • 2H (2WD High Range): ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง สำหรับการขับขี่บนถนนแห้งปกติ เน้นความประหยัดน้ำมันสูงสุด
  • 4H (4WD Full-Time): (ไฮไลต์สำคัญ) ระบบจะกระจายแรงบิด หน้า 40% : หลัง 60% เหมาะสำหรับขับบนถนนเปียกลื่น ฝนตกหนัก หรือทางโค้ง ช่วยให้รถยึดเกาะถนนเกาะแน่น ท้ายไม่สะบัด
  • 4HLc (4WD High Range with Locked Center Differential): ล็อกการส่งกำลัง หน้า 50% : หลัง 50% เหมาะกับทางลุยปานกลาง ถนนลูกรัง หรือ โคลนตมเบาๆ
  • 4LLc (4WD Low Range with Locked Center Differential): อัตราทดเกียร์ต่ำสุด พร้อมล็อกชุดทด กำลังบิดสูงสุด สำหรับลุยทางชัน หินกรวด หรือ อุปสรรคหนัก พร้อมระบบ Off-Road Mode (Gravel, Mud/Snow, Sand, Rock)

ค่าบำรุงรักษาที่ต้องจ่ายเพิ่มสำหรับรุ่น 4WD

หากคุณสนใจรุ่น Pajero Sport 4WD ต้องรับทราบรายการบำรุงรักษาที่จะเพิ่มขึ้นจากรุ่น 2WD ดังนี้:

1.ของเหลวในระบบส่งกำลัง: ต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ฝาก และ น้ำมันเฟืองท้ายหน้า ทุกๆ 40,000 – 80,000 กม.

2.ชุดยางเพลา และ ซีลกันฝุ่น: เพลาขับหน้าจะมีซีลยาง และ เพลาคู่หน้าที่ต้องตรวจเช็กคราบน้ำมันรั่วซึมเมื่ออายุรถเกิน 5 ปีขึ้นไป

3.ชุดมอเตอร์เข้าเกียร์ฝาก : รถมือสองที่ไม่ค่อยได้เข้าโหมด 4WD เลย มอเตอร์คุมเกียร์ฝากอาจเกิดอาการค้าง หรือ ไฟ 4WD กะพริบ ต้องมีการบำรุงรักษา หรือ ซ่อมบำรุงเป็นระยะ

คำแนะนำเลือก Pajero Sport แบบไหนให้เหมาะกับคุณ?

1.เลือกรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) ถ้าคุณคือ:

  • คนที่เน้นใช้งานในเมือง ขับไปทำงาน หรือ เดินทางไกลบนทางหลวงแผ่นดินปกติเป็นหลัก
  • ต้องการประหยัดงบประมาณซื้อรถมือสองตั้งแต่แรก และ ต้องการประหยัดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว
  • ไม่มีความจำเป็นต้องขับรถลุยป่า ลุยโคลน หรือ ขึ้นเขาทางโหดๆ

2.เลือกรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ถ้าคุณคือ:

  • สายแคมป์ปิ้ง ลุยธรรมชาติ ขับรถขึ้นเขาชันทางภาคเหนือ หรือ ต้องเจอทางลูกรัง/โคลนเป็นประจำ
  • คนที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยระดับสูงสุด โดยเฉพาะการขับขี่ความเร็วสูงช่วงฝนตกหนัก ซึ่งโหมด 4H ช่วยชีวิตได้มาก
  • ชอบซื้อรุ่นท็อปเพื่อความสะใจ ได้ออปชันระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็มครบทุกฟังก์ชั่น

จะเห็นได้ว่าคำตอบคือ ไม่มีระบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน เพราะทั้ง Pajero Sport ขับ 2 และ ขับ 4 มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน โดยสำหรับการซื้อรถมือสอง สิ่งที่สำคัญมากกว่าการเลือกระหว่างขับ 2 กับขับ 4 คือ สภาพรถ และ ประวัติการใช้งานของรถ ก่อนซื้อ อย่าเริ่มจากคำถามว่า “ขับ 2 หรือขับ 4 ดีกว่า?” แต่ให้เริ่มจาก “เราใช้รถแบบไหน?” แล้วจึงเลือก Pajero Sport มือสองที่มีระบบขับเคลื่อนเหมาะกับชีวิต และ งบประมาณของคุณมากที่สุด แต่ถ้ากำลังมองหา Pajero Sport มือสองจากแหล่งที่เชื่อถือได้เราขอแนะนำ บอย ออโต้กรุ๊ป ศูนย์จำหน่าย และ รับซื้อ รถยนต์ โดยผู้เชี่ยวชาญรถมือสอง ไม่ว่าจะเป็น รถมือสองรุ่นต่างๆ มีให้เลือกมากมายในราคาย่อมเยาสภาพดี โดยมีชื่อเสียงในการนำเสนอรถคุณภาพดีในราคาที่เข้าถึงได้ สถานที่ของเรามีรถให้เลือกมากกว่า 300 คัน รวมถึงรถเก๋ง กระบะ 4 ประตู รถ ppv มือสอง รถ SUV มือสอง รถตู้มือสอง รถ 7 ที่นั่งมือสอง และ รถกระบะแคป ซึ่งทุกคันได้ผ่านการตรวจสอบสภาพอย่างละเอียดเพื่อให้ลูกค้าได้รับรถที่มีคุณภาพ และ คุ้มค่ามากที่สุดนั้นเอง

ติดต่อสอบถาม

บริษัท บอย ออโต้กรุ๊ป

ที่อยู่: 114 ซอยสุวินทวงศ์4 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร

เบอร์โทรศัพท์: (063) 474-2288

บริษัท บอยออโต้กรุ๊ป จำกัด (00003) (สาขารามคำแหง)

ที่อยู่: เลขที่ 195/8 ถนนรามคำแหง แขวงราษฎร์พัฒนา เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

เบอร์ติดต่อ : 087-324-4000

Line ID : @boy002

เปรียบเทียบรถยนต์